Sony SRS-RA3000 คุณภาพเสียงดี สั่งงานง่าย

Sony SRS-RA3000 คุณภาพเสียงดี สั่งงานง่าย Sony SRS-RA3000 เป็นลำโพงที่เก่งและฉลาดอย่างที่ลำโพงต่อไวไฟควรจะทำได้ มีลำโพงนี้ทำให้เราเปิดเพลงฟังได้บ่อยขึ้น สามารถปรับปรุงเสียงเพลงทั่วไปให้ก้องกังวานไปทั่วห้องได้ แต่เพลงที่บันทึกในแบบ 360 องศากลับมีทั้งเพลงที่ทำออกมาได้ดี และเพลงที่มิกซ์ใหม่ไม่ดี

Sony SRS-RA3000 คุณภาพเสียงดี สั่งงานง่าย

งานออกแบบของ Sony SRS-RA3000

Sony SRS-RA3000

ดีไซน์เป็นทรงกระบอกที่มีแถบสีทองอยู่ 3 แถบรอบลำโพง ซึ่งจริงๆ แล้วลำโพงรุ่นนี้จะมี 2 สีคือสีเทาและสีดำ-ทองครับ แต่ในประเทศไทยจะมีขายแค่สีดำเท่านั้น ซึ่งก็เป็นสีที่ดูดีเหมาะสำหรับการใช้งานในบ้านนะ แถมยังมีคุณสมบัติทนความชื้นด้วย ก็น่าจะเอาไปใช้ในห้องน้ำได้ไม่มีปัญหา

ภายในของ Sony SRS-RA3000 นั้นประกอบไปด้วยลำโพง Beam Tweeter 2 ตัวที่อยู่ด้านล่างของแถบสีทอง 2 แถบด้านหน้าครับ ให้เสียงแหลมที่พุ่งขึ้นสูง แยกมิติ 2 ด้านเพื่อสร้างสนามเสียงที่โอบล้อมในห้อง นอกจากนี้ก็มีลำโพงแบบ Full Range อีก 1 ตัวอยู่ตรงกลางที่ให้เสียงออกด้านบน โดยผ่านแผ่น Omni Diffuser ที่ติดตั้งอยู่ด้านบนลำโพง เพื่อกระจายเสียงออกไปรอบลำโพง ส่วนเสียงเบสนั้นได้มาจาก Passive Radiators 2 ตัวที่ติดตั้งอยู่ด้านข้างลำโพงครับ

ด้านบนของลำโพงยังมีปุ่มควบคุมแบบสัมผัสอยู่ด้วย ซึ่งสามารถเล่นเพลง-หยุดเพลง เร่ง-ลดเสียง เปิด-ปิดลำโพง หรือกดเพื่อเชื่อมต่อกับ Bluetooth หรือปุ่มรูปตัวโน้ตจะเปิดใช้โหมดเสียง Immersive Audio Enhancement เพื่อเปลี่ยนเพลงสเตอริโอธรรมดาให้มีเสียงโอบล้อมรอบห้องก็ได้ ซึ่งถ้าโหมดนี้ทำงานไฟตรงนี้จะเป็นสีขาว แต่ถ้าเปิดเพลงแบบ 360 Reality Audio จริงๆ ไฟตรงนี้จะเป็นสีเขียวให้ผู้ใช้แยกออกได้ง่ายๆ ครับ

นอกจากนี้ด้านหลังเครื่องจะมีช่อง AUX 3.5 mm อยู่สำหรับต่อเสียงภายนอกแบบมีสายเข้าลำโพงโดยตรงครับ ก็สำหรับคนที่ต้องการเอาไปต่อกับเครื่องเล่นเพลงแบบมีสายต่างๆ

การใช้งาน Sony SRS-RA3000

ลำโพงรุ่นนี้ถือว่าเป็นลำโพงบ้าน ไม่มีแบตเตอรี่ภายในตัว ต้องเสียบปลั้กเพื่อใช้งานตลอดเวลานะครับ และเน้นหนักที่ความเป็นลำโพง Wi-Fi มากกว่า Bluetooth ซึ่งใครที่ต้องการลำโพงสำหรับพกพาไปใช้นอกบ้าน คงต้องบอกว่า Sony RA3000 คงไม่ใช่ทาง แต่ถ้าใครต้องการลำโพงที่วางประจำจุดในบ้าน เป็นลำโพงที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา กดมือถือแล้วเปิดเพลงไปออกลำโพงได้ตลอดเวลาที่อยู่บ้าน ก็ต้องบอกว่าคุณเหมาะกับลำโพงรุ่นนี้แล้ว

เพราะหลังจากที่คุณเซ็ตอัป Sony RA3000 เข้ากับไวไฟในบ้านผ่านแอป Google Home มันก็พร้อมใช้งานตลอดเวลาครับ ไม่ว่าคุณจะอยู่ไหนในบ้าน ก็สามารถเปิดเพลงผ่าน Spotify หรือ Tidal แล้วเลือกให้ออกที่ลำโพงได้ทันที ไม่ต้องเดินมากดเปิดลำโพงด้วยซ้ำ (แต่ไม่รองรับ Apple AirPlay นะ) แม้ลำโพงจะอยู่ในโหมด Standby มันก็สามารถเปิดขึ้นมาทำงานได้เมื่อเราสั่งเปิดเพลงครับ โดยลำโพงรุ่นนี้รองรับทั้ง Spotify Connect และ Chromecast Audio เพื่อให้เสียงผ่านไวไฟไปออกได้ รวมถึงเราสามารถสั่งเปิดเพลงผ่าน Google Assistant ได้ โดยพูดสั่งผ่านลำโพงอัจฉริยะอื่นๆ หรือสมาร์ตโฟนมาเปิดที่ Sony RA3000 ก็ได้ แต่ที่ตัวลำโพงไม่มีไมโครโฟนสำหรับรับคำสั่งเสียงนะครับ มันจึงเป็น Google Assistant ในตัวไม่ได้

นอกจากจะใช้แอป Google Home เพื่อจัดการลำโพงในฐานะอุปกรณ์ IoT ในบ้านได้แล้ว ตัวลำโพงยังสามารถใช้แอป Sony Music Center เพื่อควบคุมได้ โดยสามารถปรับ EQ, เปิด-ปิดระบบปรับแต่งเสียง ปรับระบบ Auto-Volume หรือปรับตัวเลือกพลังงานให้ลำโพงเข้าโหมด Standby เองก็ได้

เมื่อฟังก์ชันเสียงผ่านไวไฟจัดเต็มมาขนาดนี้ ฟังก์ชันเสียงผ่าน Bluetooth จึงเป็นเหมือนของแถม เพราะรองรับ Codec เสียงแค่ SBC และ AAC เท่านั้น ไม่มี LDAC รูปแบบเสียงคุณภาพสูงของ Sony ด้วยซ้ำ ซึ่งเอาจริงๆ ถ้าอยู่ในบ้านเราเอง จะไม่ต้องใช้ Bluetooth เลยครับ เพราะเสียงผ่านไวไฟนั้นให้คุณภาพดีกว่า ซึ่งเราจะได้ใช้ Bluetooth ก็น่าจะเป็นจังหวะที่เราต้องย้ายลำโพงออกไปนอกสถานที่ที่ไม่มีไวไฟ แล้วต้องการเปิดเพลงเร็ว ๆ โดยไม่ต้องเซ็ตอัปไวไฟใหม่เท่านั้นแหละ

Sony SRS-RA3000

เสียงของ Sony SRS-RA3000

เรื่องของเสียงนี้เป็นประเด็นที่พูดยากที่สุดในรีวิวเจ้า RA3000 เราฟังลำโพงตัวนี้มานานนับเดือน ใช้จนมั่นใจแหละว่าเปิดนานพอจนได้เสียงของลำโพงจริง ๆ หลังการเบิร์นลำโพงแล้ว ต้องบอกว่าเป็นความสัมพันธ์แบบทั้งรักและเกลียดของแท้เลย ด้วยความที่โซนี่วางลำโพงนี้เป็นผลิตภัณฑ์ในบ้านตัวแรกที่ใช้ระบบเสียง 360 Reality Audio เต็มรูปแบบ เราก็ควรจะสมัคร Tidal Hi-Fi แล้วฟังเพลงที่มิกซ์แบบ 360RA ผ่านลำโพงตัวนี้แล้วฟินไปกับเสียงใช่ไหม แต่เอาเข้าจริงแล้วคุณภาพเสียงเพลงแบบ 360 องศาผ่าน RA3000 ยังแกว่ง ๆ อยู่

ส่วนหนึ่งเพราะว่าเพลงแบบ 360RA แต่ละเพลงนั้นมีคุณภาพแตกต่างกันพอสมควรเลย เพลงอย่าง Holiday ของ Lil Nas X หรือเพลงของ Pentatonix ฟังแบบ 360 องศาออกมาได้เพราะมาก เสียงมีมิติ ซอกแซกยิบยับ ได้ความหนักแน่นอยู่ แต่กลับกันเพลงของ Dua Lipa ในแบบ 360 องศากลับให้เสียงที่ล่องลอย โปร่งฟุ้ง เบสจางหายไปเยอะเลย ซึ่งหลายเพลงในแบบ 360 องศาจะเป็นแบบนี้ อันนี้คือความสัมพันธ์แบบเกลียดกับลำโพงตัวนี้

Close