pornstar doggy style fuck in wedding dress hd pics indiansexmovies.mobi sex videos telugu sex video call takingabout cam porn new girls big booty big back cocks hard xxx photos

Apple เปิดตัว iOS 15 ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่ ๆ

Apple เปิดตัว iOS 15 ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่ ๆ และ เผยตัวอย่างการอัปเดตครั้งสำคัญสำหรับ FaceTime , คุณสมบัติ ” โฟกัส ” ใหม่ ที่จะช่วยลดสิ่งรบกวนสมาธิ , ระบบอัจฉริยะบนอุปกรณ์ที่ดียิ่งขึ้นสำหรับการค้นพบข้อมูล รวมถึงอีกหลายวิธีในการสำรวจโลกโดยใช้แอปแผนที่ สภาพอากาศ และ Wallet มีแต่แอปพลิเคชั่นสุดปัง Apple เปิดตัว iOS 15 ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่ ๆ iOS 15 ซึ่งเป็นการอัปเดตครั้งสำคัญที่มาพร้อมคุณสมบัติอันทรงพลังที่จะยกระดับประสบการณ์การใช้งาน iPhone ไปอีกขั้น iOS 15 ทำให้การโทร FaceTime มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น และมาพร้อม SharePlay สำหรับการแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้โฟกัสกับสิ่งที่ทำอยู่ได้เต็มที่ด้วยวิธีใหม่สำหรับจัดการกับการแจ้งเตือน และยังเพิ่มความอัจฉริยะให้กับรูปภาพและการค้นหาเพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งกว่านั้นแอปแผนที่ของ Apple ยังเปิดตัววิธีใหม่อันสวยงามในการสำรวจโลก ในขณะที่แอปสภาพอากาศได้รับการออกแบบใหม่ให้มีแผนที่แบบเต็มหน้าจอและกราฟิกแสดงข้อมูลเพิ่มมากขึ้น ส่วนแอป Wallet เพิ่มการรองรับกุญแจบ้านและบัตรประจำตัว แถมยังทำให้การท่องอินเทอร์เน็ตด้วย Safari นั้นง่ายยิ่งขึ้นด้วยแถวของแถบเว็บไซต์ในดีไซน์ใหม่และ Tab Groups นอกจากนี้ iOS 15 ยังมีคุณสมบัติใหม่ๆ สำหรับควบคุมความเป็นส่วนตัว ทั้งใน Siri, แอปเมล และอีกหลายแห่งทั่วทั้งระบบที่จะช่วยปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น การโทร FaceTime ที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น FaceTime ช่วยให้ลูกค้าติดต่อกับคนสำคัญได้ง่าย และใน iOS 15 นั้น การพูดคุยกับเพื่อนๆ และครอบครัวก็จะให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เพราะมีระบบเสียงตามตำแหน่งที่จะทำให้เสียงพูดขณะโทร FaceTime ฟังดูราวกับว่ามาจากตำแหน่งที่บุคคลนั้นอยู่บนหน้าจอจริง ๆ เครื่องมือช่วยโฟกัส iOS 15 มีเครื่องมืออันทรงพลังที่จะลดสิ่งรบกวนสมาธิและช่วยให้ผู้ใช้โฟกัสกับสิ่งที่ทำอยู่ได้เต็มที่ นั่นคือ ” โฟกัส ” ซึ่งเป็นคุณสมบัติใหม่ที่จะกรองการแจ้งเตือนและแอปโดยพิจารณาจากสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการโฟกัส ลูกค้าสามารถตั้งค่าอุปกรณ์เพื่อให้ตนเองจดจ่อกับเรื่องปัจจุบันได้เต็มที่โดยการสร้างโฟกัสในแบบของตัวเอง หรือเลือกโฟกัสที่แนะนำให้โดยอาศัยระบบอัจฉริยะบนอุปกรณ์ ประสบการณ์ใหม่สำหรับการแจ้งเตือน การแจ้งเตือนได้รับการออกแบบใหม่ โดยการเพิ่มรูปของผู้ติดต่อในกรณี ที่มาจากบุคคลและมีไอคอนที่ใหญ่ขึ้น ในกรณีที่มาจากแอป ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้ผู้ใช้ระบุได้ง่ายขึ้น ว่าเป็นการแจ้งเตือนอะไร และยังมีคุณสมบัติใหม่สำหรับสรุปการแจ้งเตือน เพื่อช่วยลดสิ่งรบกวนสมาธิ โดยการรวบรวมการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็นต้องรู้ทันที ในขณะนั้นมาแสดงในเวลาที่เหมาะสมกว่า ระบบอัจฉริยะบนอุปกรณ์ Live Text ใช้ระบบอัจฉริยะบนอุปกรณ์ เพื่อตรวจหาข้อความในรูปภาพแล้วให้ผู้ใช้ทำสิ่งต่าง ๆ กับข้อความนั้นได้ ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถค้นหาและระบุตำแหน่งของภาพสูตรอาหารที่เขียนด้วยลายมือ หรือเก็บบันทึกหมายเลขโทรศัพท์จากภาพของหน้าร้านพร้อมตัวเลือกให้โทรติดต่อได้ ยิ่งกว่านั้นยังมี Apple Neural Engine อันทรงพลังที่ทำให้แอปกล้องสามารถตรวจหา และคัดลอกข้อความได้อย่างรวดเร็วขณะใช้งานอยู่ โฉมใหม่ของประสบการณ์ของ Safari Safari มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่ช่วยให้เข้าถึงส่วนควบคุมได้ง่ายขึ้นด้วยมือเดียว และแสดงคอนเทนต์อย่างโดดเด่นกลางจอ เริ่มจากแถวของแถบเว็บไซต์แบบใหม่ที่กะทัดรัด ไม่กินพื้นที่ และลอยอยู่ด้านล่างของหน้าจอเพื่อให้ผู้ใช้สลับไปมา ระหว่างแต่ละแถบได้ง่าย พร้อมกันนี้ยังมี Tab Groups ที่ให้ผู้ใช้บันทึกแถบต่าง ๆ เก็บไว้ แล้วกลับมาดูเมื่อไหร่ก็ได้อย่างสะดวกรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นบน iPhone , iPad หรือ Mac รวมถึงคุณสมบัติใหม่ ๆ อย่างหน้าเริ่มต้นที่ปรับแต่งได้ แอปแผนที่ของ Apple Apple มุ่งมั่นที่จะสร้างแผนที่ที่ดีที่สุดในโลก และ iOS 15 ก็ยกระดับแผนที่ไปอีกขั้นด้วยวิธีใหม่เอี่ยมในการนำทางและสำรวจ เพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดในเมืองที่ดีกว่าเดิมสำหรับเขตต่าง ๆ ย่านการค้า ระดับความสูง และอาคาร รวมถึงสีและป้ายถนนใหม่ แลนด์มาร์กที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ และโหมดเวลากลางคืนใหม่ที่มีแสงจันทร์ส่องสว่าง เรียกได้ว่าเป็นการเปิดมุมมองใหม่ในการมองโลก ผ่านแอปแผนที่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นี่ก็เป็นคุณสมบัติใหม่ ๆ ที่ Apple ได้เพิ่มเข้ามาใน iOS 15 เพื่อมาตอบโจทย์ในการใช้งานของผู้ใช้มากยิ่งขึ้น iOS 15 จะเริ่มปล่อยเวอร์ชั่น Beta สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปในเดือนหน้า และจะปล่อยเวอร์ชั่นเต็มในช่วงเดือนกันยายนเป็นต้นไป โดย iPhone รุ่นที่จะได้รับการอัปเดตเป็น iOS 15 จะมีตั้งแต่ iPhone 6s เป็นต้นไป ลองมาดูว่าจะมี แอปพลิเคชั่นเกี่ยวกับสุขภาพ

เลือกซื้อกล้องถ่ายรูปอย่างไร ให้ได้ฟังก์ชันครบ ตามที่เราต้องการ

เลือกซื้อกล้องถ่ายรูปอย่างไร ให้ได้ฟังก์ชันครบ ตามที่เราต้องการ เพราะปัจจุบันมีกล้องให้เลือกใช้อยู่หลายชนิด แต่ละแบบแตกต่างกันออกไป ผู้ใช้มักประสบปัญหาในการเลือกซื้อกล้องเพื่อการใช้งาน ในบทนี้จะขอกล่าวถึงการเลือกซื้อกล้องเฉพาะ Digital และสิ่งที่จะต้องคำนึงถึงในการซื้อกล้อง มีดังต่อไปนี้         เลือกซื้อกล้องถ่ายรูปอย่างไร ให้ได้ตามที่ต้องการ -กลุ่มคนที่ชื่นชอบการกิน การท่องเที่ยว ไม่ชอบอะไรที่ยุ่งยาก : กล้อง Mirrorless กับ กล้อง Compact กล้องกลุ่มนี้เป็นกล้องที่น้ำหนักเบาเหมาะกับการพกไปเที่ยวได้ทุกที่ มีฟังชั่นที่ไม่ยุ่งยากและมีประสิทธิภาพสูง อีกทั้งกล้อง Mirrorless สามารถเปลี่ยนเลนส์ ได้เหมือน DSLR และราคาในตลาดมีราคาตั้งแต่หมื่นต้นๆจนไปถึงห้าหมื่นขึ้นไป ซื่งคุณภาพกล้องก็จะตามราคากันไปในแต่ละรุ่น -กลุ่มคนชอบลุย สายท่องเที่ยวป่าเขา ดำน้ำ ลุยพื้นที่หนักๆ มีกิจกรรมเยอะ : กล้อง Action Camera ย่อมตอบโจทก์คนกลุ่มนี้ ด้วยน้ำหนักที่เบาที่สุดในกลุ่ม พกง่าย ทนทาน บางรุ่นสามารถกันน้ำได้ในตัวทำให้สามารถตอบโจทก์ในการถ่ายได้ในหลายๆพื้นที่ -กลุ่มคนเน้นสะดวก กล้องมือถือ ย่อมตอบโจทก์คนกลุ่มนี้ที่สุด ด้วยประสิทธิภาพของกล้องมือถือที่พัฒนามาในปัจจุบันไปไกลมาก ในบางรุ่นที่เป็นตัว TOP ของค่ายมือถือนั้น เซนเซอร์กล้องเกือบจะเท่ากล้อง Compact อีกทั้งยังมีฟังชั่นที่ถ่ายได้หลากหลายโดยที่ควบคุมไม่ได้ยาก ทั้งหน้าเบลอหลังชัด ถ่ายพาโนราม่า ถ่ายกลางคืน ถ่ายอาหาร ถ่ายดาว จึงทำให้กล้องมือถือก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ   1. วัตถุประสงค์ในการใช้งานเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อควรพิจารณาเป็นอันดับแรก เช่น การใช้งานในลักษณะทั่วๆไป คือ การถ่ายภาพทั่วไปเน้นความคมชัด ควรมีลักษณะที่เป็นอัตโนมัติ กล้อง Compact เหมาะสำหรับผู้มือสมัครเล่นหรือผู้เริ่มใช้งานมากกว่ากล้อง DSLR ถ้าเป็นผู้ที่มีความชำนาญในการใช้งานกล้องและต้องการภาพที่มีลักษณะพิเศษควรพิจารณากล้องที่มีคุณสมบัติที่ตอบสนองกับงานประเภทต่างๆได้ เช่น กล้องระดับมืออาชีพ กล้องที่ใช้ในสตูดิโอ กล้องถ่ายภาพทางอากาศ กล้องถ่ายภาพใต้น้ำ      2. คุณสมบัติของกล้องที่ผู้ซื้อควรทราบ คุณสมบัติของกล้อง ทำให้ผู้ซื้อได้กล้องถ่ายภาพที่เหมาะสมกับความต้องการมากที่สุด คุณสมบัติเบื้องต้นมีดังนี้   – สามารถรองรับไฟล์การถ่ายภาพได้หลายรูปแบบ เช่น JPEG TIFF RAW        – มีระบบอัตโนมัติ และระบบ Manual ที่สามารถกำหนดค่าด้วยตัวเองได้ เช่น ความเร็วชัตเตอร์  รูรับแสง  ISO และอื่นๆ   – มีความละเอียดของภาพในปัจจุบันกล้องที่เป็น compact ที่ผลิตออกมามีความละเอียดสูงมากกว่า 5 Megapixels ส่วน DSLR ความละเอียดไม่น้อยกว่า 10 Megapixels ดังนั้นควรพิจารณาหาว่าต้องการความละเอียดที่ไม่สูงนักให้พิจารณาเลือกใช้กล้อง Digital compact                   – ควรมีจอ LCD ที่สามารถตรวจสอบการถ่ายภาพได้ทันที           – ควรพิจารณา Battery ในส่วนของการใช้งาน อายุการใช้งานก็สำคัญ และราคาของแบตเตอรี่ประกอบ กล้องบางรุ่นเมื่อถึงกำหนดเปลี่ยนแบตเตอรี่ราคาค่อนข้างสูง– สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านสาย USB ได้ หรือระบบอื่นได้ – การ์ดบันทึกข้อมูลชนิดใด เช่น CF Card หรือ SD Card  – ความสามารถในการซูมซึ่งมีการซูมของเลนส์อยู่  2 อย่างคือ Optical zoom กับ Digital zoom ให้พิจารณา Optical zoom เป็นหลัก  – ขนาด รูปร่าง และน้ำหนักเหมาะสมกับผู้ใช้หรือไม่ หรืองานที่ทำต้องใช้กล้องรูปแบบใดจึงจะเหมาะสม  3. งบประมาณในการซื้อกล้องเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่าคุณสมบัติในข้ออื่นหากพบว่ากล้องถ่ายภาพที่จะเลือกซื้อมีงบประมาณเกินที่ตั้งไว้ให้พิจารณาคุณลักษณะที่ต่ำลงมากว่าเดิมแต่ยังสามารถใช้งานในรูปแบบเดิมได้                      4. การรับประกันให้พิจารณาเงื่อนไขการรับประกันของบริษัทผู้ผลิตเป็นสำคัญการรับประกันอาจมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป เช่น ระยะเวลาการประกัน ชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่รับประกัน กล้อง 4K ที่ดีที่สุด สำหรับช่างภาพและผู้สร้างภาพยนตร์ สำหรับวิดีโอคุณต้องชัดเจนเกี่ยวกับประเภทของวิดีโอที่คุณต้องการถ่าย ในคู่มือนี้เรามุ่งเน้นไปที่กล้องชนิดเปลี่ยนเลนส์ได้ปกติพร้อมการจับภาพวิดีโอ 4K ที่แข็งแกร่ง  ดูเรื่องอื่นๆ xopick.com

สมาร์ทโฟนน่าซื้อ ในงบไม่เกิน 10,000 บาท

สมาร์ทโฟนน่าซื้อ ในงบไม่เกิน 10,000 บาท ในยุคนี้มือถือที่มีสเปคสูง ๆ แต่ว่ามีราคาที่ย่อมเยานั้นมีอยู่มาก ถ้าหากเพื่อน ๆ เลือกดี ๆ ก็สามารถซื้อมือถือคู่ใจ และเหมาะกับตัวเองโดยไม่ต้องเสียเงินเยอะ วันนี้เรามาแนะนำมือถือที่น่าซื้อ จะเป็นรุ่นไหนนั้น ไปดูกันเลย สมาร์ทโฟนน่าซื้อ ในงบไม่เกิน 10,000 บาท จะเป็นรุ่นอะไรมาดูกัน Samsung Galaxy A32 5G ราคา 9,999 บาท เป็นมือถือ 5G ราคาย่อมเยารุ่นใหม่ของทาง Samsung ที่มาพร้อมกับความสามารถในการเชื่อมต่อ 5G ด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 720 จับคู่กับ RAM สูงสุด 8GB + ROM 128GB มีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 15W Fast Charging บนการดีไซน์จอไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ Infinity-V Display ขนาด 6.5 นิ้ว และมีการติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมกล้อง Ultra-Wide, กล้อง Macro และกล้อง Depth สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Samsung Galaxy A32 5G ตัวเครื่องมีขนาด 164.2×76.1×9.1 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 205 กรัม หน้าจอแสดงผล TFT Infinity-U Display ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (720×1600 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9 ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Dimensity 720 หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD สูงสุด 1TB กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย กล้องตัวหลักเลนส์ Wide-Angle (Main) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/1.8กล้องตัวที่สองเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.2 สามารถเก็บภาพมุมกว้างสุดที่ 123 องศากล้องตัวที่สามเลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.4 ถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตรกล้องตัวที่สี่เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.4 กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.2 แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 15W Fast Charge ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint) พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C แชร์วิธีชาร์จแบตโทรศัพท์ เพื่อยืดอายุการใช้งาน โทรศัพท์มือถือ ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสื่อสารอีกหนึ่งชนิด ที่เป็นเสมือนอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ ถ้าหากขาดไปก็จะทำให้การติดต่อสื่อสารไม่ราบรื่นนัก ซึ่งส่วนประกอบสำคัญที่จะทำให้โทรศัพท์ อยู่กับเราได้นานที่สุด ก็คือ แบตเตอรี่ ดังนั้น เราจึงต้องรู้จักวิธีถนอมแบตเตอรี่ อย่างถูกต้อง ซึ่งเราได้รวบรวมมาไว้ให้ดังนี้ เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า ดีไซน์หรู ที่มีขายในไทย ในปี 2021 กระแสรถไฟฟ้ามีเข้ามาในไทยเป็นเวลานานแล้ว ได้รับความนิยมมากขึ้น ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ต้องการที่จะประหยัดพลังงาน และประหยัดค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมัน บทความวันนี้เราจึงจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ รถยนต์ไฟฟ้าที่มีขายในไทย ซึ่งบางคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยค่ะ

ส่องสิ้นค้าที่ถูกเปิดตัวใน Apple Event ต้นปี 2021

ส่องสิ้นค้าที่ถูกเปิดตัวใน Apple Event ต้นปี 2021ผ่านพ้นแล้วกับการเปิดตัวของงาน Apple Event ครั้งแรกของปีแล้ว ที่มี Theme งานที่มีชื่อว่า Apple Spring Loaded จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง เราได้สรุปออกมาแล้ว พร้อมแล้วรับชมได้เลย ส่องสิ้นค้าที่ถูกเปิดตัวใน Apple Event ต้นปี 2021 Apple Card Family คือสิ่งแรกที่ถูกกล่าวถึงเพราะเป็นเหมือนกับเครดิตให้ซื้อบริการต่างๆ ของ Apple ที่สามารถซื้อได้ผ่านบัตร และยังมี Hardware อีกมากที่เปิดตัวได้แก่ iPhone 12 เปิดตัวสีใหม่ มาเฉพาะ iPhone 12 และ 12 Mini เปิดให้จองวันแรก 23 เมษายน 64 เวลา 19.00  น. และวางจำหน่าย 30 เมษายน 64 Airtag อุปกรณ์สำหรับติดของไว้ตามหาในแอป Find My วางจำหน่ายราคาชิ้นละ 990 บาท  หรือจะซื้อแบบแพ็ค 4 ชิ้น 3390 บาท พร้อมกับการสลักข้อความฟรี วางจำหน่ายครั้งแรก 30 เมษายน Apple TV 4k ที่อัปเดตสเปคให้เร็วและแรงขึ้น ด้วยชิป A12  รองรับ Dolby Vision & Dolby Atmos / HDR High Frame Rate Color Balance ด้วย iPhoneและ Apple TV Remote รุ่นใหม่ที่มีคลิกแพดแม่นยำกว่าเดิม ราคาเริ่มต้นที่ 6,700 บาท สำหรับรุ่น 32GB และ 7,400 บาทสำหรับรุ่น 64GB  สั่งซื้อได้ตั้งแต่ 30 เมษายน และวางขายเดือนพฤษภาคม iMac มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 24 นิ้ว 4.5K Retina Display เร็วสุด แรงสุด ด้วยชิป M1  พอร์ต Thunderbolt ที่รองรับการส่งข้อมูลที่เร็วขึ้น ครั้งแรกกับกล้องหน้า FaceTime HD 1080p ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ชุดไมโครโฟนระดับสตูดิโอ 3 ตัว พร้อมเทคโนโลยีฟอร์มมิ่งช่วยลดเสียงรบกวน ลำโพง 6 ตัว รองรับระบบเสียงตามตำแหน่ง (Dolby Atmos)  มีสีให้เลือกถึง 7 สี ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสเปคตรัมของแสง ช่องเสียบชาร์จที่ยึดติดด้วยแม่เหล็ก และสายแบบถัก Magic Keyboard ใหม่ พร้อมปุ่ม Spotlight, ห้ามรบกวน, การป้อนตามคำบอก และที่สำคัญ Touch ID Magic Mouse สีใหม่ สำหรับราคาของ iMac เริ่มต้นที่ 42,900 บาท สั่งซื้อได้ตั้งแต่ 30 เมษายน และวางจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคม iPad Pro เสริมความแรงด้วยชิป M1 จอภาพ Liquid Retina XDR (เฉพาะรุ่น 12.9 นิ้ว) กล้องหน้าแบบ Ultra Wide ความละเอียด 12MP พร้อมคุณสมบัติ CENTER STAGE ไม่ว่าคุณอยู่ตรงไหนจะถูกจัดให้อยู่ตรงกลางเสมอรองรับสัญญาณ 5G และ 5G mmWave (เฉพาะอเมริกา) เชื่อมต่อถ่ายโอนไฟล์เร็วขึ้นด้วย USB-C Thunderbolt Port  สำหรับราคา iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว เริ่มต้นที่ 27,900 บาท และรุ่น 12.9 นิ้ว เริ่มต้นที่ 37,900 บาท สั่งซื้อได้ตั้งแต่ 30 เมษายน และวางจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภา รีวิว Huawei MatePad แท็บเล็ททันสมัย ตัวใหม่จาก Huawei เปิดตัวมาก็สร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้คนได้มากเลยทีเดียว กับ Huawei MatePad สุดยอดเทคโนโลยีแท็บเล็ท ที่มาในรูปร่างที่สวยงามเป็นอย่างมาก มีความหรูหราน่าใช้ ทั้งนี้สเปคในเครื่องก็ดูดีเป็นอย่างมาก จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย

รีวิว Huawei MatePad แท็บเล็ททันสมัย ตัวใหม่จาก Huawei

รีวิว Huawei MatePad แท็บเล็ททันสมัย ตัวใหม่จาก Huawei เปิดตัวมาก็สร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้คนได้มากเลยทีเดียว กับ Huawei MatePad สุดยอดเทคโนโลยีแท็บเล็ท ที่มาในรูปร่างที่สวยงามเป็นอย่างมาก มีความหรูหราน่าใช้ ทั้งนี้สเปคในเครื่องก็ดูดีเป็นอย่างมาก จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย รีวิว Huawei MatePad แท็บเล็ททันสมัย ตัวใหม่จาก Huawei ด้วยรูปทรงที่บางเบาและมีสไตล์การออกแบบเรียบง่ายของ HUAWEI MatePad คือการเป็นมิตรต่อสายตาของคุณอย่างแท้จริง ด้วยการออกแบบอย่างประณีตและการเคลือบเงาที่สวยงาม รูปลักษณ์หรูหรา พร้อมมอบสัมผัสอันนุ่มนวลและสะดวกสบายให้อยู่ในมือคุณ ทั้งสี Midnight Grey สุดคลาสสิกเรียบหรู เป็นคู่หูสุดเพอร์เฟคในทุกสไตล์และการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ  ข้อมูลมือถือ Huawei MatePad (2021) – หัวเหว่ย เปิดตัวครั้งแรก 22 มีนาคม 2021 (สยามโฟนฯ) สถานะ มีวางจำหน่ายในประเทศไทย วางจำหน่าย ไตรมาสที่ 1 ปี 2021 (มีนาคม 64)– ราคาเปิดตัว 9,990 บาท (มีนาคม 64) ข้อมูลตัวเครื่อง แท็บเล็ต จอแสดงผล IPS-LCD 24-bit (16 ล้านสี)– กว้าง 10.4 นิ้ว (แนวทะแยง)– ความละเอียด 1200 x 2000 พิกเซล– ปากกา Stylus สำหรับวาด, เขียน, ระบาย และรีทัชรูปภาพ วัสดุรอบตัวเครื่อง– หน้าจอกระจกแข็ง– ขอบรอบเครื่องทำจากอลูมิเนียม ระบบเซ็นเซอร์ (Sensor)– ระบบหมุนภาพอัตโนมัติ (Accelerometer)– ตรวจจับความเคลื่อนไหวของตัวเครื่อง (Accelerometer)– ระบบเปิด/ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนา (Proximity) มีสีให้เลือก (Colors) : Gray ข้อมูลเครือข่าย (Network) โทรไม่ได้– มีช่องใส่ซิมการ์ด (สำหรับการใช้อินเตอร์เน็ตเท่านั้น) ใช้งาน Nano-SIM ระบบปฏิบัติการ (OS, CPU, GPU) ระบบปฏิบัติการ: EMUI 10.1 base on Android 10, no Google Play Services หน่วยประมวลผล : Kirin 820 Octa Core– ความเร็ว : 2.36 GHz หน่วยประมวลผลกราฟิกส์ (GPU) : Mali-G57 หน่วยความจำ – RAM 4GB– ROM 128GB การ์ดหน่วยความจำ ระบบเชื่อมต่อ การหาตำแหน่ง: Assisted GPS WiFi 802.11 a/b/g/n/ac/ax– จุดกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบพกพา (Portable Wi-Fi Hotspot)– เชื่อมต่อไร้สายระหว่างอุปกรณ์โดยตรง (Wi-Fi Direct) Bluetooth 5.1 Type-C USB 2.0 รองรับการถ่ายโอนข้อมูลกับ Flash Drive โดยตรง (USB On-The-Go) ฟังก์ชั่นมัลติมีเดีย กล้องดิจิตอล 8 ล้านพิกเซล (Digital Camera)– ไฟแฟลช LED– ขนาดภาพสูงสุด 3264 x 2448 พิกเซล (Image Size)– โฟกัสอัตโนมัติ (Auto Focus)– ค้นหาใบหน้าอัตโนมัติ (Face Detection) โหมดถ่ายภาพช่วงการรับแสงสูง (HDR) กล้องหน้า (Front Camera)– ความละเอียด 8MP บันทึกวีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว (Video Recording)– ความละเอียดของภาพสูงสุด 1920 x 1080 พิกเซล– บันทึกวีดีโอระดับ HD, 30 เฟรมต่อวินาที เครื่องเล่นวีดีโอ (Video Player) และ วีดีโอสตรีมมิ่ง– รูปแบบไฟล์ : 3GP– รองรับวีดีโอจาก YouTube™ ระบบเสียง HUAWEI Histen 6.1 ระบบเสียง Harman Kardon ลำโพง 4 ตัว รองรับไฟล์รูปภาพ : JPG, JPEG, BMP, GIF แบตเตอรี่ – ระบบชาร์จ แบตเตอรี่ 7,250 mAh (Standard Battery)– รองรับชาร์จไว 23W (Fast Charging) มาดูกันว่า พฤติกรรมสัตว์ใดบ้าง ที่สามารถบอกภัยพิบัติได้ สัตว์สามารถพยากรณ์ หรือรู้ล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้ มีการค้นพบพฤติกรรมที่ผิดปกติของสัตว์ต่างๆ ทั้งปลา นก สัตว์เลื้อยคลาน…

Sony SRS-RA3000 คุณภาพเสียงดี สั่งงานง่าย

Sony SRS-RA3000 คุณภาพเสียงดี สั่งงานง่าย Sony SRS-RA3000 เป็นลำโพงที่เก่งและฉลาดอย่างที่ลำโพงต่อไวไฟควรจะทำได้ มีลำโพงนี้ทำให้เราเปิดเพลงฟังได้บ่อยขึ้น สามารถปรับปรุงเสียงเพลงทั่วไปให้ก้องกังวานไปทั่วห้องได้ แต่เพลงที่บันทึกในแบบ 360 องศากลับมีทั้งเพลงที่ทำออกมาได้ดี และเพลงที่มิกซ์ใหม่ไม่ดี Sony SRS-RA3000 คุณภาพเสียงดี สั่งงานง่าย งานออกแบบของ Sony SRS-RA3000 ดีไซน์เป็นทรงกระบอกที่มีแถบสีทองอยู่ 3 แถบรอบลำโพง ซึ่งจริงๆ แล้วลำโพงรุ่นนี้จะมี 2 สีคือสีเทาและสีดำ-ทองครับ แต่ในประเทศไทยจะมีขายแค่สีดำเท่านั้น ซึ่งก็เป็นสีที่ดูดีเหมาะสำหรับการใช้งานในบ้านนะ แถมยังมีคุณสมบัติทนความชื้นด้วย ก็น่าจะเอาไปใช้ในห้องน้ำได้ไม่มีปัญหา ภายในของ Sony SRS-RA3000 นั้นประกอบไปด้วยลำโพง Beam Tweeter 2 ตัวที่อยู่ด้านล่างของแถบสีทอง 2 แถบด้านหน้าครับ ให้เสียงแหลมที่พุ่งขึ้นสูง แยกมิติ 2 ด้านเพื่อสร้างสนามเสียงที่โอบล้อมในห้อง นอกจากนี้ก็มีลำโพงแบบ Full Range อีก 1 ตัวอยู่ตรงกลางที่ให้เสียงออกด้านบน โดยผ่านแผ่น Omni Diffuser ที่ติดตั้งอยู่ด้านบนลำโพง เพื่อกระจายเสียงออกไปรอบลำโพง ส่วนเสียงเบสนั้นได้มาจาก Passive Radiators 2 ตัวที่ติดตั้งอยู่ด้านข้างลำโพงครับ ด้านบนของลำโพงยังมีปุ่มควบคุมแบบสัมผัสอยู่ด้วย ซึ่งสามารถเล่นเพลง-หยุดเพลง เร่ง-ลดเสียง เปิด-ปิดลำโพง หรือกดเพื่อเชื่อมต่อกับ Bluetooth หรือปุ่มรูปตัวโน้ตจะเปิดใช้โหมดเสียง Immersive Audio Enhancement เพื่อเปลี่ยนเพลงสเตอริโอธรรมดาให้มีเสียงโอบล้อมรอบห้องก็ได้ ซึ่งถ้าโหมดนี้ทำงานไฟตรงนี้จะเป็นสีขาว แต่ถ้าเปิดเพลงแบบ 360 Reality Audio จริงๆ ไฟตรงนี้จะเป็นสีเขียวให้ผู้ใช้แยกออกได้ง่ายๆ ครับ นอกจากนี้ด้านหลังเครื่องจะมีช่อง AUX 3.5 mm อยู่สำหรับต่อเสียงภายนอกแบบมีสายเข้าลำโพงโดยตรงครับ ก็สำหรับคนที่ต้องการเอาไปต่อกับเครื่องเล่นเพลงแบบมีสายต่างๆ การใช้งาน Sony SRS-RA3000 ลำโพงรุ่นนี้ถือว่าเป็นลำโพงบ้าน ไม่มีแบตเตอรี่ภายในตัว ต้องเสียบปลั้กเพื่อใช้งานตลอดเวลานะครับ และเน้นหนักที่ความเป็นลำโพง Wi-Fi มากกว่า Bluetooth ซึ่งใครที่ต้องการลำโพงสำหรับพกพาไปใช้นอกบ้าน คงต้องบอกว่า Sony RA3000 คงไม่ใช่ทาง แต่ถ้าใครต้องการลำโพงที่วางประจำจุดในบ้าน เป็นลำโพงที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา กดมือถือแล้วเปิดเพลงไปออกลำโพงได้ตลอดเวลาที่อยู่บ้าน ก็ต้องบอกว่าคุณเหมาะกับลำโพงรุ่นนี้แล้ว เพราะหลังจากที่คุณเซ็ตอัป Sony RA3000 เข้ากับไวไฟในบ้านผ่านแอป Google Home มันก็พร้อมใช้งานตลอดเวลาครับ ไม่ว่าคุณจะอยู่ไหนในบ้าน ก็สามารถเปิดเพลงผ่าน Spotify หรือ Tidal แล้วเลือกให้ออกที่ลำโพงได้ทันที ไม่ต้องเดินมากดเปิดลำโพงด้วยซ้ำ (แต่ไม่รองรับ Apple AirPlay นะ) แม้ลำโพงจะอยู่ในโหมด Standby มันก็สามารถเปิดขึ้นมาทำงานได้เมื่อเราสั่งเปิดเพลงครับ โดยลำโพงรุ่นนี้รองรับทั้ง Spotify Connect และ Chromecast Audio เพื่อให้เสียงผ่านไวไฟไปออกได้ รวมถึงเราสามารถสั่งเปิดเพลงผ่าน Google Assistant ได้ โดยพูดสั่งผ่านลำโพงอัจฉริยะอื่นๆ หรือสมาร์ตโฟนมาเปิดที่ Sony RA3000 ก็ได้ แต่ที่ตัวลำโพงไม่มีไมโครโฟนสำหรับรับคำสั่งเสียงนะครับ มันจึงเป็น Google Assistant ในตัวไม่ได้ นอกจากจะใช้แอป Google Home เพื่อจัดการลำโพงในฐานะอุปกรณ์ IoT ในบ้านได้แล้ว ตัวลำโพงยังสามารถใช้แอป Sony Music Center เพื่อควบคุมได้ โดยสามารถปรับ EQ, เปิด-ปิดระบบปรับแต่งเสียง ปรับระบบ Auto-Volume หรือปรับตัวเลือกพลังงานให้ลำโพงเข้าโหมด Standby เองก็ได้ เมื่อฟังก์ชันเสียงผ่านไวไฟจัดเต็มมาขนาดนี้ ฟังก์ชันเสียงผ่าน Bluetooth จึงเป็นเหมือนของแถม เพราะรองรับ Codec เสียงแค่ SBC และ AAC เท่านั้น ไม่มี LDAC รูปแบบเสียงคุณภาพสูงของ Sony ด้วยซ้ำ ซึ่งเอาจริงๆ ถ้าอยู่ในบ้านเราเอง จะไม่ต้องใช้ Bluetooth เลยครับ เพราะเสียงผ่านไวไฟนั้นให้คุณภาพดีกว่า ซึ่งเราจะได้ใช้ Bluetooth ก็น่าจะเป็นจังหวะที่เราต้องย้ายลำโพงออกไปนอกสถานที่ที่ไม่มีไวไฟ แล้วต้องการเปิดเพลงเร็ว ๆ โดยไม่ต้องเซ็ตอัปไวไฟใหม่เท่านั้นแหละ เสียงของ Sony SRS-RA3000 เรื่องของเสียงนี้เป็นประเด็นที่พูดยากที่สุดในรีวิวเจ้า RA3000 เราฟังลำโพงตัวนี้มานานนับเดือน ใช้จนมั่นใจแหละว่าเปิดนานพอจนได้เสียงของลำโพงจริง ๆ หลังการเบิร์นลำโพงแล้ว ต้องบอกว่าเป็นความสัมพันธ์แบบทั้งรักและเกลียดของแท้เลย ด้วยความที่โซนี่วางลำโพงนี้เป็นผลิตภัณฑ์ในบ้านตัวแรกที่ใช้ระบบเสียง 360 Reality Audio เต็มรูปแบบ เราก็ควรจะสมัคร Tidal Hi-Fi แล้วฟังเพลงที่มิกซ์แบบ 360RA ผ่านลำโพงตัวนี้แล้วฟินไปกับเสียงใช่ไหม แต่เอาเข้าจริงแล้วคุณภาพเสียงเพลงแบบ 360 องศาผ่าน RA3000 ยังแกว่ง ๆ อยู่ ส่วนหนึ่งเพราะว่าเพลงแบบ 360RA แต่ละเพลงนั้นมีคุณภาพแตกต่างกันพอสมควรเลย เพลงอย่าง Holiday ของ Lil Nas X หรือเพลงของ Pentatonix ฟังแบบ 360 องศาออกมาได้เพราะมาก เสียงมีมิติ ซอกแซกยิบยับ ได้ความหนักแน่นอยู่ แต่กลับกันเพลงของ Dua Lipa ในแบบ 360 องศากลับให้เสียงที่ล่องลอย โปร่งฟุ้ง เบสจางหายไปเยอะเลย ซึ่งหลายเพลงในแบบ 360 องศาจะเป็นแบบนี้…

OnePlus แบรนด์สมาร์ทโฟนมาแรง มีสาขาแรกที่ไทยแล้ว

OnePlus แบรนด์สมาร์ทโฟนมาแรง มีสาขาแรกที่ไทยแล้ว ถ้าใครเป็นสาวกแอนดรอยต้องคุ้น ๆ กับชื่อสมาร์ทโฟนยี่ห้ออย่างแน่นอน เพราะว่ามีการเปิดตัวโทรศัพท์ ที่เรียกได้ว่าสเปคโหดมาตั้งแต่ครั้งแรกเลย และมีเส้นทางการเติบโตที่น่าสนใจมากอีกด้วย แม้ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนที่เพิ่งมีการเปิดตัวได้ไม่กี่ แต่ก็สร้างยอดขายได้สูงมาก สำหรับใครที่อยากได้มือถือของ OnePlus ข่าวดีคือตอนนี้ที่ไทยก็มีสาขาแล้ว ไม่ต้องสั่งมาจากต่างประเทศแล้ว OnePlus แบรนด์สมาร์ทโฟนมาแรง มีสาขาแรกที่ไทยแล้ว OnePlus ประเทศไทย เปิดตัว OnePlus Experience Zone สาขาแรกของไทยอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ ชั้น 2 ด้วยการร่วมมือกันระหว่าง OnePlus ประเทศไทย และ TG FONE เพื่อการเข้าถึงประสบการณ์แห่งความเร็วแรงและลื่นไหลใกล้บ้านคุณ และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองต้อนรับการเปิดให้บริการสาขาแรก OnePlus จัดกิจกรรม Grand Opening เอาใจผู้บริโภค ด้วยโปรโมชันและของสมนาคุณสุดพิเศษมากมายภายในงานระหว่างวันที่ 3 – 4 เมษายน 2564 OnePlus Never Settle OnePlus เป็นบริษัทผลิตเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนในระดับสากล ผู้ท้าทายแนวคิดของเทคโนโลยีที่มีมาแต่ดั้งเดิม โดยสรรสร้างมนต์เสน่ห์ที่ “ไม่เคยหยุดนิ่ง” OnePlus ผลิตอุปกรณ์ที่มีดีไซน์ประณีตงดงาม พร้อมด้วยคุณภาพในการผลิตขั้นสูงและเปี่ยมไปด้วยฮาร์ดแวร์ที่มีระบบปฏิบัติการอันทรงประสิทธิภาพ OnePlus ต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและเติบโตไปพร้อมกับกลุ่มผู้ใช้งานและเแฟนๆของ OnePlus จากทั่วทุกมุมโลก  คติประจำใจของแบรนด์ ที่ใช้เป็นหลักในการโฆษณาคือ Never Settle หรือไม่หยุดพัฒนา นั่นเพราะพื้นฐานของ OnePlus คือบริษัทสตาร์ทอัพ ซึ่งบริษัทลักษณะนี้จะอยู่รอดได้ คุณต้องพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาเสมอ ถ้ารุ่นล่าสุดทำดีแล้ว รุ่นต่อไปก็ยิ่งต้องดีมากขึ้นไปกว่านั้นอีก เดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ เพื่อสร้างลูกค้ากลุ่มใหม่มากขึ้น ในยุค 3 ปีแรก คอนเซ็ปต์ที่คนจะคิดถึง OnePlus คือคำว่า Flagship Killer (นักฆ่าเรือธง) โดยคำว่าเรือธงในภาษาของวงการมือถือ คือสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปที่สุดที่เป็นเหมือนเสาหลักของแบรนด์ ซึ่งเป้าหมายของ OnePlus ในแต่ละปี คือพัฒนามือถือคุณภาพใกล้เคียงกับเรือธงเหล่านั้นในราคาที่ถูกกว่ากันอย่างชัดเจน เคล็ดลับที่ทำให้ OnePlus ขายดีในช่วง 3 ปีแรก คือโมเดลธุรกิจที่แปลกกว่าบริษัทอื่นๆ กล่าวคือแบรนด์มือถือทั่วไป จะต้องมีหน้าร้าน เพื่อวางขายของ มีพนักงานคอยอธิบาย แต่ OnePlus เข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซเต็มตัว นั่นคือผู้ซื้อสามารถสั่งออนไลน์โดยตรงกับทางบริษัท และบริษัทก็จะส่งสินค้าให้โดยตรง OnePlus 9 Pro รุ่นล่าสุดจาก OnePlus OnePlus 9 Pro ที่มาพร้อมกับหน้าจอ Fluid AMOLED 2.0 ขนาด 6.7 นิ้ว ขอบโค้ง ความละเอียด QHD+ รีเฟรชเรท 120 Hz แบบ LTPO ที่สามารถปรับรีเฟรชเรทได้อัตโนมัติตั้งแต่ 1 – 120 Hz ตามการใช้งาน รองรับเทคโนโลยี Hyper Touch เพิ่มความเร็วในการตอบสนอง สำหรับการเล่นเกมได้ดีกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป รองรับ HDR10+ สามารถเร่งความสว่างหน้าจอได้สูงสุดถึง 1300 nits ได้รับการรันตีจาก DisplayMate ระดับ A+ เลยทีเดียว OnePlus 9 Pro นั้นจะมีด้วยกัน 3 สี คือ สีดำ Stellar Black ที่มีผิวสัมผัสแบบด้านหยาบ ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ OnePlus ซึ่งถ้าใครเคยใช้เคสแบบ Sanstone ก็จะได้ผิวสัมผัสตัวเครื่องลักษณะนั้นเลย, สีเงิน Morning Mist และสีเขียว Pine Green

Close