pornstar doggy style fuck in wedding dress hd pics indiansexmovies.mobi sex videos telugu sex video call takingabout cam porn new girls big booty big back cocks hard xxx photos

7 พันธ์ปลาน่าเลี้ยง เหมาะสำหรับคนหลงรักสัตว์น้ำ

7 พันธ์ปลาน่าเลี้ยง เหมาะสำหรับคนหลงรักสัตว์น้ำ การเลี้ยงปลาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่อยากเลี้ยงสัตว์ แต่ว่ามีพื้นที่ที่จำกัด และอาจจะไม่มีเวลามากนัก การเลี้ยงปลาสามารถทำได้ง่าย ๆ เพราะว่าใช้พื้นที่ในการเลี้ยงที่ไม่มาก 7 พันธ์ปลาน่าเลี้ยง เหมาะสำหรับคนหลงรักสัตว์น้ำ 1. ปลาทองโคเมท ปลาทองพันธุ์โคเมท (Comet) ถือเป็นต้นตระกูลของปลาทองเลยก็ว่าได้ ลักษณะเหมือนปลาคาร์พแต่หางยาวกว่า ลำตัวแบนยาว ปลายคอดแหลม อาจจะมีสีแดงทั้งตัว สีแดงสลับขาว สีทอง หรือ 5 สีในตัวเดียวกันก็ได้ นิสัยค่อนข้างปราดเปรียว เลี้ยงง่าย แข็งแรง และมีความทนทานพอสมควร 2. ปลาทองริวคิน ปลาทองพันธุ์ริวคิน (Ryukin หรือ Veiltail Goldfish) เป็นปลาทองที่ได้รับความนิยมมากทั้งในไทยและญี่ปุ่น ลักษณะสวยงาม สีสันสดใส ลำตัวและท้องอ้วนกลมสั้น หัวไม่มีวุ้น โหนกหลังสูง หางยาวเป็นพวง บานออกเวลาว่ายน้ำ และถ้าจะให้ดีต้องมีหัวเล็กและเกล็ดหนาด้วย สามารถแบ่งย่อยลงไปได้อีกตามสี คือ ริวคินสีแดงหรือสีขาว-แดง และริวคิน 5 สี (สีแดง สีส้ม สีดำ สีขาว และสีฟ้า) 3. ปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่น ปลาทองพันธุ์หัวสิงห์ญี่ปุ่น (Ranchu) เป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูง เลี้ยงที่บ้านก็มาก นำมาประกวดก็เยอะ ต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น พัฒนามาจากพันธุ์หัวสิงห์จีน ลักษณะลำตัวสั้น หลังโค้งเป็นครึ่งวงกลม มีวุ้นเล็กละเอียดที่หัว กระพุ้งแก้ม และเหนือริมฝีปาก สันหลังหนา ครีบหางสั้น ยกสูงเป็นมุมแหลม ครีบก้นขนาดเท่ากัน ส่วนใหญ่มีสีส้มเข้มเหลือบทอง 4. ปลาทองหัวสิงห์สยาม ปลาทองพันธุ์หัวสิงห์สยาม หรือหัวสิงห์ตามิดดำ (Siamese Lionhead) มีต้นกำเนิดมาจากประเทศไทย เป็นปลาทองลูกผสมที่มีลักษณะคล้ายปลาทองพันธุ์หัวสยามสิงห์ญี่ปุ่น แต่ลำตัวไม่หนามาก และวุ้นเยอะจนเกือบปิดตา ที่สำคัญมีสีเทาหรือสีดำสนิททุกส่วน ทั้งตัว ครีบ เหงือก วุ้น และเมือก 5. ปลาทองออรันดาหัววุ้น  ปลาทองพันธุ์ออรันดาหัววุ้น (Dutch Lionhead) เพาะพันธุ์ขึ้นมาในประเทศญี่ปุ่น และถูกเรียกว่า “ออรันดาชิชิกาชิระ” (Orandashishigashira) ซึ่งหมายถึง Dutch Lionhead เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ผู้คนนิยมเลี้ยง และเป็นสายพันธุ์ยอดฮิตในตระกูลออรันดา ลักษณะเด่น คือ มีวุ้นเล็กละเอียดบนหัวเยอะจนเป็นก้อนกลม ๆ คล้ายสวมหมวก ครีบทั้งบนหลังและหางแผ่กว้าง ส่วนใหญ่มีสีแดงหรือสีขาวปนแดง 6. ปลาทองเล่ห์  ปลาทองพันธุ์เล่ห์ หรือปลาทองพันธุ์มัว (Black Telescope Eyes Goldfish หรือ Black Moor) อยู่ในกลุ่มปลาทองตาโปน แต่ก็ได้โปนมากนัก เมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่นในกลุ่มเดียวกัน คนไทยบางคนเรียกว่า ลักเล่ห์ ส่วนคนญี่ปุ่นเรียนว่า คุโร เดเมะคิน (Kuro Demekin) จุดเด่น คือ มีสีนากหรือสีดำสนิททั้งตัวและครีบ สามารถแบ่งย่อยลงไปได้อีกตามลักษณะลำตัวและหาง เช่น เลห์กระโปรง เล่ห์ตุ๊กตา เล่ห์ควาย และเล่ห์หลังอูฐ เป็นตัน 7. ปลาทองตาลูกโป่ง  ปลาทองพันธุ์ตาลูกโป่ง (Bubble Eye Goldfish) มีชื่อญี่ปุ่นว่า ซุอีโฮกัน (Suihogan) ต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ส่วนใหญ่มีสีแดงหรือสีขาวปนแดง ลักษณะลำตัวคล้ายกับพันธุ์สิงห์จีน คือ ไม่มีวุ้นที่หัว ไม่มีครีบหลัง และครีบหางยาว แต่ที่เบ้าตาจะมีถุงน้ำขนาดใหญ่ที่โปร่งแสงและขนาดเท่ากันติดอยู่ใต้ตา มักจะแกว่งไป-มาเวลาว่ายน้ำ จนดูเหมือนลูกโป่ง และเป็นที่มาของชื่อนั่นเอง ส่องสิ้นค้าที่ถูกเปิดตัวใน Apple Event ต้นปี 2021ผ่านพ้นแล้วกับการเปิดตัวของงาน Apple Event ครั้งแรกของปีแล้ว ที่มี Theme งานที่มีชื่อว่า Apple Spring Loaded จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง เราได้สรุปออกมาแล้ว พร้อมแล้วรับชมได้เลย

มาดูกันว่า พฤติกรรมสัตว์ใดบ้าง ที่สามารถบอกภัยพิบัติได้

มาดูกันว่า พฤติกรรมสัตว์ใดบ้าง ที่สามารถบอกภัยพิบัติได้ สัตว์สามารถพยากรณ์ หรือรู้ล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้ มีการค้นพบพฤติกรรมที่ผิดปกติของสัตว์ต่างๆ ทั้งปลา นก สัตว์เลื้อยคลาน และแมลงต่างๆ ล่วงหน้าเป็นวินาที จนกระทั่งเป็นสัปดาห์ มาดูกันว่า พฤติกรรมสัตว์ใดบ้าง ที่สามารถบอกภัยพิบัติได้ จากหลักฐานอ้างอิงโบราณชิ้นเก่าแก่ที่สุด ที่มีการบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อว่า สัตว์สามารถพยากรณ์ หรือรู้ล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้ มีการค้นพบเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในประเทศกรีซ บันทึกโดยนักประวัติศาสตร์ชาวโรมัน ระบุว่า 373 ปีก่อนคริสตกาล ในเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ทำให้เมือง ฮีริค (Helike) ซึ่งเป็นเมืองโบราณของกรีซล่มสลาย ในช่วง 5 วันก่อนเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว มีผู้สังเกตุเห็นสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนู งู สัตว์ขนาดเล็ก และแมลงต่างๆ แตกตื่นและพยายามหนีออกจากรังไปสู่ที่ปลอดภัย สอดคล้องกับความเชื่อของภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก ที่มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุว่า มีการค้นพบพฤติกรรมที่ผิดปกติของสัตว์ต่างๆ ทั้งปลา นก สัตว์เลื้อยคลาน และแมลงต่างๆ ล่วงหน้าเป็นวินาที จนกระทั่งเป็นสัปดาห์ ก่อนเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว นำไปสู่ความเชื่อว่า สัตว์สามารถพยากรณ์ หรือรู้ล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้จริง ระหว่างมนุษย์กับสัตว์จะมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการได้ยินต่างกัน มนุษย์ได้ยินเสียงแค่ในช่วงความถี่ 20-20,000 Hz. (Sonic) แต่สำหรับสัตว์นั้นได้ยินเสียงความถี่ต่ำกว่า 20 Hz. เรียกว่า “Infrasonic” หรือความถี่มากกว่า 20,000 Hz. เรียกว่า “Ultrasonic” ความแตกต่างนี้เองทำให้สัตว์มีสัญชาติญาณในการรับรู้สัมผัสมากกว่ามนุษย์นั่นเอง สัตว์ใช้ประโยชน์จากคลื่นเสียงในการดำรงชีวิต เช่น โลมาและค้างคาวปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูง เพื่อล่าเหยื่อ ภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับกับการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก แผ่นดินไหว สึนามิ ภูเขาไฟระเบิด เป็นภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับกับการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกทำให้เกิดคลื่นไหวสะเทือนแผ่ออกไปรอบๆ ซึ่งสัตว์ทั้งหลายสามารถรับรู้ได้จากคลื่น Infrasonic ก่อนมนุษย์จะรู้ตัวเสียอีก สัตว์จึงมีพฤติกรรมแปลกๆ เช่น สุนัขและแมว : ตัวที่เคยเชื่องจะดุร้ายขึ้นทันทีเนื่องจากมีภาวะเครียดเกิดขึ้น และมักจะวิ่งไปมา ร้องโหยหวน ปีนขึ้นต้นไม้(ที่สูง) แพนด้า : เอามือกุมหัว กระวนกระวาย นก : โดยเฉพาะนกพิราบป่าที่ไวต่อสัมผัสมาก จะรีบบินอพยพหนีทันที งู : งานวิจัยพบว่างูเป็นสัตว์ที่รู้ก่อนใครว่าจะเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากพวกมันจำศีลอยู่ในโพรงดิน ทำให้รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ง่าย งูจึงหลบภัยด้วยการขึ้นมาบนพื้นดินแม้ว่าจะเป็นฤดูหนาวก็ตาม ก่อนฝนตก ก่อนเกิดพายุหรืออุบัติภัยเล็กๆ นก : หากนกบินต่ำมากแสดงว่ามีความกดอากาศต่ำ อาจเกิดฝนตกและลมพัดแรง วัว แกะ : ก่อนเกิดพายุรุนแรง พวกมันจะนอนบนพื้นราบจับกลุ่มในท่าทางป้องกันซึ่งกันและกัน มด : ทำรังบริเวณโพรงใต้ดินหรือขอนไม้ผุ เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง พายุกำลังจะเข้า ทำให้อุณหภูมิและความชื้นสูงขึ้น มดก็จะรับรู้ได้ง่ายแล้วรีบอพยพกันออกจากรัง วาฬ โลมา : สัตว์กลุ่มนี้ปล่อยคลื่นความถี่สูงมากๆ ออกไปแล้วให้สะท้อนกลับเข้าหาตัว เพื่อระบุตำแหน่ง ทิศทางการเคลื่อนที่ เมื่อเกิดพายุสุริยะที่ทำให้สนามแม่เหล็กโลกผิดเพี้ยนไปจากเดิม คลื่นความถี่จึงมีปัญหาด้วย ทำให้หลงเข้ามาบริเวณน้ำตื้นและเกยตื้นที่ชายหาด องค์กรสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Geological Survey) มีคำอธิบายในเรื่องนี้ว่า พฤติกรรมที่ผิดปกติของสัตว์ในช่วงเวลาก่อนเกิดแผ่นดินไหว สืบเนื่องมาจากกลไกการเกิดแผ่นดินไหว ที่มีคลื่นความไหวสะเทือนกระจายออกมาจากจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหว โดยคลื่นดังกล่าวมี 2 ประเภท คือ คลื่นปฐมภูมิ (primary waves – P waves) และคลื่นทุติยภูมิ (secondary waves – S waves) คำอธิบายคือ สัตว์สามารถรับรู้คลื่น P waves ได้ก่อนล่วงหน้าที่คลื่น S waves จะตามมา ซึ่งเกิดจากสัญชาตญาณของสัตว์ที่วิวัฒนาการมาจากสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดจากผู้ล่า เพื่อรักษาเผ่าพันธุ์ของตัวเองไว้ โดยการรับรู้ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาทีก่อนเกิดแผ่นดินไหว ในขณะที่การรับรู้ล่วงหน้าเป็นวัน หรือเป็นสัปดาห์ ขณะนี้นักวิทยาศาตร์ยังไม่สามารถหาคำอธิบายที่ชัดเจนได้ ในปี 2009 มีการค้นพบพฤติกรรมของสัตว์ที่ใกล้เคียงพอที่จะเรียกได้ว่า มีโอกาสเป็นสัตว์ที่สามารถพยากรณ์แผ่นดินไหวได้ล่วงหน้านานที่สุดคือ คางคก ซึ่งเป็นการค้นพบโดยบังเอิญจากกลุ่มนักวิจัยของ Open University ประเทศอังกฤษ ที่กำลังศึกษาเรื่องการผสมพันธุ์ของคางคกตามปกติ ที่บริเวณตอนกลางของประเทศอิตาลี โดยนักวิจัยต้องแปลกใจเมื่อพบว่า กลุ่มคางคกที่กำลังทำการศึกษา โดยเฉพาะคางคกตัวผู้ ได้อพยพหนีออกจากพื้นที่ผสมพันธุ์เป็นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งเป็นพฤติกรรมสัตว์ที่แปลกประหลาด เนื่องจากปกติ คางคกตัวผู้จะอยู่รอในพื้นที่จนกว่าการวางไข่เสร็จสิ้น ภายหลังการอพยพของคางคก 5 วันต่อมา ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่เมืองลากวีลา (L’Aquila) ซึ่งอยู่ไกลออกไปจากจุดที่ทำการวิจัยเรื่องคางคก 74 กิโลเมตร ดร.ราเชล แกรนท์ นักชีววิทยา ผู้ทำการวิจัย จึงคาดว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวน่าจะเป็นสาเหตุสำคัญของการอพยพออกจากเขตผสมพันธุ์เพื่อเอาตัวรอด โดย 5 วันก่อนการเกิดแผ่นดินไหว จำนวนคางคกตัวผู้ในพื่นที่ลดลงถึง 96% และลดลงจนไม่เหลือในพื้นที่เลยในช่วง 3 วันก่อนหน้าแผ่นดินไหว ทำให้การค้นพบดังกล่าว กลายเป็นงานวิจัยสำคัญเรื่องพฤติกรรมสัตว์ก่อนเหตุการณ์แผ่นดินไหวชิ้นแรกๆ ของโลก

สัตว์ 7 ชนิด ที่ฉลาดที่สุดในโลก

สัตว์ 7 ชนิด ที่ฉลาดที่สุดในโลก สัตว์ 7 ชนิด ที่ฉลาดที่สุดในโลก มนุษย์จัดว่าเป็นสัตว์โลกที่ฉลาดที่สุด เรามีสมองในการคิดค้น วิเคราะห์ และพัฒนาสิ่งต่าง ๆ รอบตัวอยู่เสมอ แต่ใช่ว่าจะมีแค่มนุษย์เท่านั้นที่ฉลาดเป็นกรด โลกของเรายังมีสัตว์ต่าง ๆ ที่เผยความฉลาดออกมาให้ได้เห็นอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งบทความของเราในวันนี้ จะพาผู้อ่านทุกท่าน ไปทำความรู้จักกับสัตว์ 7 ชนิด  ที่จัดว่าฉลาดเป็นกรด จนบางครั้งเราคาดไม่ถึง ว่าทำไมสัตว์เหล่านี้ ถึงฉลาดได้มากขนาดนี้ ส่วนสัตว์ 7 ชนิดที่ว่า จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูพร้อมกันได้เลย 1. แร็กคูน แร็กคูนเจ้าสัตว์ขนปุยเลี้ยงลูกด้วยนมสุดน่ารัก มีชื่อท่างวิทยาศาสตร์ว่า Procyon lotor สัตว์ชนิดนี้ พบเห็นทั่วไปในแถบทวีปอเมริกาเหนือ และอเมริกากลาง ซึ่งสามารถพบได้ทั้งในป่า หรือแม้แต่ชุมชนที่มีคนอาศัยอยู่ก็ตาม ลักษณะของแร็กคูน มีหางยาวเป็นพวง ลำตัวมีความยาวประมาณ 2 ฟุต ขนตามตัวส่วนใหญ่จะเป็นสีน้ำตาล ใบหน้ามีแถบสีขาวปนอยู่ แลดูเหมือนโจรสลัดที่สวมหน้ากากเอาไว้ จากการศึกษาพฤติกรรมของแร็กคูนโดย H.B. David นักพฤติกรรมวิทยา บอกเอาไว้ว่าแร็กคูนสามารถไขกุญแจที่ซับซ้อนได้ภายใน 10 ครั้ง นอกจากนี้การศึกษาหลายชิ้นที่ชี้ว่า มันมีความจำเป็นเลิศ และยังสามารถจดจำวิธีการแก้ปัญหาไว้ได้นานถึง 3 ปี ส่วนพฤติกรรมสุดฉลาดของแร็กคูนที่พบได้ทันที โดยไม่ต้องอิงเรื่องงานวิจัย ต้องยกให้ความว่องไวในการขโมยของกินเลยจ้า 2. โลมาปากขวด โลมาปากขวด นอกจากจะเป็นสัตว์สุดน่ารัก ที่ใครเห็นก็ชื่นชอบแล้ว ยังจัดเป็นสัตว์ฉลาด อันดับต้น ๆ ของโลกด้วย โลมาปากขวดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่พบเห็นได้ทุกที่ทั่วโลก แต่ส่วนใหญ่จะนิยมอาศัยอยู่ในทะเลอุ่น พวกมันมีสมองขนาดใหญ่ หลาย ๆ ท่านอาจจะไม่ทราบ ว่าโลมามีสมองใหญ่กว่าคนถึง 40% สมองส่วนต่าง ๆ ของโลมา จะถูกใช้ในการประมวลผล สั่งการ จดจำและเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี โลมาเป็นสัตว์ที่ฝึกง่าย ดังที่หลาย ๆ ท่านเห็นตามพิพิธภัณฑ์ หรือสวนสัตว์ ที่การแสดงโชว์ของโลมา มักได้รับความนิยมจากผู้ชม หรือนักท่องเที่ยวเป็นอันดับ 1 เสมอนั่นเอง 3. ชิมแปนซี เรื่องฉลาดเป็นกรดอีกหนึ่งอย่าง ต้องยกมให้สัตว์ตระกูลลิง ชิมแปนซีส่วนใหญ่พบเห็นในป่าเขตร้อน และทุ่งซาวันน่า ป่าชื้นที่ขึ้นชื่อในอริกา ว่ากันว่าชิมแปนซีฉลาดจนสามารถเรียนรู้ วิธีการแก้ปัญหาแบบขั้นเป็นตอนได้ดีเท่า ๆ กับมนุษย์เลยทีเดียว ที่สำคัญไปกว่านั้นชิมแปนซีเคยทดสอบความจำ ชนะเด็กมหาวิทยาลัยหลายต่อหลายครั้ง พวกมันสามารถฝึกใช้คอมพิวเตอร์เพื่อแก้ปัญหาได้ หากท่านสังเกตดี ๆ จะรู้ว่า ชิมแปนซีสามารถสื่อสารกับมนุษย์ได้เป็นอย่างดี ด้วยคุณสมบัติต่าง  ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ น่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี ว่าชิมแปนซีเป็นหนึ่งในสัตว์ที่ฉลาดที่สุดในโลก 4. ช้าง ช้างไม่ได้ใหญ่แต่ตัวเท่านั้น แต่สมองของมันยังใหญ่ จัดเป็นสัตว์ที่ฉลาดอันดับต้น ๆ ของโลกด้วย ช้างสามารถแบ่งสายพันธุ์ได้ทั้งหมด 3 สายพันธุ์ ได้แก่ช้างพุ่มไม้แอฟริกา ช้างป่าแอฟริกา และช้างเอเชีย แม่จะแบ่งออกเป็นสายพันธุ์ แต่ความฉลาดของช้างทั่ง 3 รูปแบบนั้นเท่า ๆ กัน ในวัฒนธรรมหลายแห่ง จัดให้ช้างเป็นสัตว์แห่งความรอบรู้ ช้างถูกพูดถึงในเรื่องของการจำจดดีเลิศ ช้างสามารถสร้างแผนที่กินและน้ำของตัวเองได้ นอกจากจะฉลาดแสนรู้แล้ว ช้างยังเป็นสัตว์ใหญ่ที่มีใจโอบอ้อมอารีย์เป็นที่สุดด้วย 5. นกแก้วสีเทาแอฟริกา มาคอว์ หรือนกแก้วแอฟริกา ถือเป็นนกแก้วที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโกและทวีปอเมริกาใต้  สีสันของลำตัวจะสวยงาม มีเสียงร้องที่ดังมากจะงอยปากจะใหญ่เป็นพิเศษ เหนือปากด้านบนจะมีสีขาวเส้นเล็ก ๆ บนหัวมีขนสีเขียวสดและสีฟ้า ดวงตามีขนเป็นลายเส้นดำ 4-5 เส้น จัดเป็นนกประเภทสวยงามอันดับต้น ๆ ของโลก ท่านทราบหรือไม่ว่านกแก้วเทาแอฟริกา สามารถสื่อสารกับมนุษย์ผ่านเสียงได้อย่างชาญฉลาด นกแก้วสามารถเรียนรู้พฤติกรรมของมนุษย์ ทั้งท่าทาง การพูด และอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี 6. หนู หนูเป็นสัตว์ขนาดเล็ก แต่จัดเป็นเล็กพริกขี้หนู เพราะพวกนางฮลาดเป็นกรดกันทุกตัว หนูบนดลกของเรามีนับ 100 สายพันธุ์ พวกมันจัดเป็นสัตว์ขึ้นชื่อเรื่องการทดลอง ว่ากันว่าจิตใจของหนู คล้ายกับคนมากที่สุด ในบรรดาสัตว์ทุกประเภท การทดลองที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าหนูฉลาด คือการทดลองที่บอกว่าหนูสามารถยืนยันตัวตนของตัวเองได้ ซึ่งปกติแล้วจะมีแค่ลิงชั้นสูง และมนุษย์เท่านั้น ที่สามารถยืนยันสิ่งเหล่านี้ได้ 7. นกเรเวน หรืออีกา เรเวนหรืออีกา ถูกจัดให้เป็นนกที่ฉลาดที่สุดในโลก อีกาได้รับการทดสอบ IQ อยู่บ่อยครั้ง อีกาสามารถนับ และแยกแยะรูปร่างต่าง ๆ ได้ พวกมันเป็นสัตว์สังคมที่หากินบนอากาศ  ส่วนพฤติกรรมของเรเวน จะคล้าย ๆ กับอีกา แต่จะมีพฤติกรรมสุดโต่งกว่า และดุร้ายกว่าด้วย อีกาจัดเป้นสัตว์รักอิสระ ที่ชอบเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวอยู่เสมอ หากมีใครถามว่านกอะไรฉลาดที่สุดในโลก ให้ท่านตอบไปทันทีว่าอีกา การศึกษาพฤติกกรรม และความฉลาดของสัตว์ ถือเป็นเรื่องสนุกที่ทำแล้วได้ความรู้ ไม่แน่ว่าศึกษาไปเรื่อย ๆ ท่านอาจจะพบสัตว์ที่ฉลาดกว่ามนุษย์ก็เป็นได้ บทความที่น่าสนใจ : หน้าแรก

Close