5 จุดเช็คอินหน้าฝน เหมาะกับคนรักธรรมชาติ

5 จุดเช็คอินหน้าฝน เหมาะกับคนรักธรรมชาติ

5 จุดเช็คอินหน้าฝน เหมาะกับคนรักธรรมชาติ ในช่วงฤดูฝน หรือหน้าฝน ที่ตกบ่อย จนพื้นที่ต่าง ๆ ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำฝน หลายคนอาจจะเบื่อ ที่ไปที่ไหนก็มีแต่ฝนตกตลอดทาง หรือเป็นอุปสรรคแก่การเดินทาง แต่สำหรับเหล่าคนรักธรรมชาติ รักการเดินทางแล้ว ย่อมไม่มีสิ่งไหนมาขวางกั้น ทุกอย่างล้วนไม่เป้นอุปสรรค สำหรับการท่องเที่ยว ในวันนี้ เราจึงมาแนะนำ 7 จุดเช็คอิน ที่วิวทิวทัศน์สวยงามมาก ๆ ยิ่งเป็นหน้าฝนแล้วนั้น ธรรมชาติจะยิ่งเขียวขจี และน่าชื่นชมมากอีกหลายเท่าเลยล่ะค่ะ

1. บ้านป่าบงเปียง จังหวัดเชียงใหม่

5 จุดเช็คอินหน้าฝน เหมาะกับคนรักธรรมชาติ

บ้านป่าบงเปียง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ หมู่บ้านที่รายล้อมไปด้วยนาขั้นบันได แปลงข้าวโพด ทั้งยังเป็นสถานที่ที่เหล่านักท่องเที่ยวและช่างภาพ ชอบมาเก็บภาพความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ของภูเขา ป่าไม้ เพราะมีทั้งทะเลหมอก และแสงอุ่นในยามเช้า พร้อมชมแสงอาทิตย์ยามเย็นสวย ๆ ที่ส่องผ่านก้อนเมฆกระทบกับหุบเขาที่เรียงรายสลับซับซ้อน เกิดเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก นอกจากนั้นยังมีโฮมสเตย์ในราคาย่อมเยา ให้ได้เลือกพักผ่อนนอนดูทางช้างเผือก ในวันที่ฟ้าเปิดได้แบบฟิน ๆ

2. วนอุทยานภูลังกา จังหวัดพะเยา

5 จุดเช็คอินหน้าฝน เหมาะกับคนรักธรรมชาติ

ภูลังกา หรือ วนอุทยานภูลังกา จังหวัดพะเยา  ที่ซึ่งเหล่านักท่องเที่ยวพากันมาพิชิตยอดดอย เพื่อไปสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติ ใครสนใจไปเยือนบอกเลยต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะต้องเดินทางผ่านสันดอยต่างๆ บนเส้นทางเดินป่าระยะทาง 3 กิโลเมตร เริ่มด้วยห้องเรียนธรรมชาติที่โอบล้อมไปด้วยพันธุ์ไม้หายากต่าง ๆ

ก่อนจะเดินผ่านป่าก่อโบราณ ซึ่งอุดมไปด้วยนกมากมายหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีทุ่งดอกโคลงเคลงซึ่งจะบานสะพรั่งอวดสีสันในช่วงปลายฤดูฝน เมื่อเริ่มไต่ความสูงขึ้นมาเรื่อย ๆ จะผ่านดอยหัวลิง ภูนม ณ จุดนี้สามารถชมวิวได้แบบ 360 องศา ไม่ว่าจะเป็น วิวพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ไปจนถึงทะเลหมอกสุดลูกหูลูกตา มาถึงจุดนี้ว่าสวยแล้วอย่าเพิ่งถอดใจ แนะนำไปต่อจนถึงจุดที่สูงที่สุดคือยอดภูลังกา

 จุดนี้สามารถชมวิวได้ไกลถึงฝั่งลาวเลยล่ะ นอกจากนี้ยังมีน้ำตกภูลังกา มาถึงจุดนี้ว่าสวยแล้วอย่าเพิ่งถอดใจ แนะนำไปต่อจนถึงจุดที่สูงที่สุดคือยอดภูลังกา จุดนี้สามารถชมวิวได้ไกลถึงฝั่งลาวเลยล่ะ นอกจากนี้ยังมีน้ำตกภูลังกา ถึงจะเป็นน้ำตกขนาดเล็กแต่ก็มีความสวยงามในช่วงฤดูฝนรอให้นักท่องเที่ยวได้ไปเที่ยวชม

3. เมืองปัว จังหวัดน่าน

5 จุดเช็คอินหน้าฝน เหมาะกับคนรักธรรมชาติ

อ.ปัว จ.น่าน อำเภอเล็กๆ ที่ห่างจากตัวเมืองน่านกว่า 60 กิโลเมตร แต่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ ยิ่งมาในช่วงหน้าฝนหรือช่วงหน้าฝนหรือช่วง ก.ย.-ต.ค. ที่ทุ่งนาและภูเขาพร้อมใจกันอวดความเขียวขจีแล้วนั้น ยิ่งทำให้หลงไหลอำเภอนี้ไปแบบหมดใจ และด้วยตัวอำเภอที่ไม่ใหญ่มากทำให้การเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ใช้เวลาไม่นาน ไม่ว่าจะเป็น วัดภูเก็ต ที่มีจุดชมวิวเป็นทุ่งนาสีเขียวชอุ่ม  ตูบนาไทลื้อ-ร้านกาแฟไทลื้อชื่อดัง  ฟาร์มเห็ด วังศิลาแลง แหล่งเพาะเห็ดสำคัญของอำเภอ ก็ใช้เวลาเดินทางถึงกันเพียง 5-10 นาทีเท่านั้นเอง

หรือถ้าอยากสัมผัสความงามสุดลูกหูลูกตาที่ประเมินค่าไม่ได้ ก็แนะนำให้เช่ามอเตอร์ไซด์ขับขึ้นไปเที่ยว ดอยภูคา เพราะตลอดเส้นทางที่ขับรถไปนั้น จะตื่นตาตื่นใจไปกับวิวภูเขาซ้อนตัวสลับกันไปมา พร้อมกับเส้นถนนที่ตัดกับสีเขียวของต้นไม้ ทำให้ใครๆก็เปรียบถนนเส้นนี้ว่าถนนลอยฟ้า ที่สำคัญเมื่อขึ้นไปถึงยอดดอยก็จะได้พบกับวิวสุด Unseen ของทะเลหมอกในแบบ 360 องศาอีกด้วย

4. เขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

5 จุดเช็คอินหน้าฝน เหมาะกับคนรักธรรมชาติ

เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก ท่ามกลางสายน้ำขนาดใหญ่ของเขื่อนเชียวหลานจะมีภูเขาหินปูนทั้งแบบยอดแหลมและแนวหน้าผาสูงชันไล่ระดับสลับกันไปมา ไฮไลท์อยู่ที่ ภูเขาหินปูน 3 ก้อนวางจัดเรียงกัน มีธารน้ำสีเขียวโอบล้อม และรายล้อมไปด้วย ภูเขาขนาดใหญ่ที่มีพรรณไม้เขียวขจี

สวยงามและมีทัศนียภาพเหมือนกับ กุ้ยหลินเมืองจีน จนได้รับสมญานามว่า กุ้ยหลินเมืองไทย กันเลยทีเดียว นักท่องเที่ยวสามารถมานอนแพ ทำกิจกรรมต่างๆ เช่น พายเรือ ล่องแพชมเขาสามเกลอ เดินป่า ยิ่งในช่วงหน้าฝนแบบนี้ บรรยากาศแม้จะครึ้ม ๆหน่อย แต่ก็ชุ่มฉำ เขียวชอุ่มเย็นสบาย

สามารถสัมผัสกับสายหมอก ที่ลอยคลอเคลียไหล่เขากระทบ กับแสงแดดอยู่เหนือน้ำ เกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามดึงดูดใจและสร้างความประทับใจ แก่นักท่องเที่ยวมาแล้วนับไปถ้วน

5. น้ำตกเอราวัญ จังหวะกาญจนบุรี

น้ำตกเอราวัญ จังหวะกาญจนบุรี

น้ำตกเอราวัณ ณ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์  จ.กาญจนบุรี น้ำตกที่มีทั้งหมด 7 ชั้น มีระยะทางเดินตั้งแต่ชั้นที่ 1-7 ประมาณ 1,500 เมตร ถึงแม้จะไม่ไกลแต่ด้วยความชันของพื้นที่ ที่เป็นภูเขาสลับกันขึ้นๆ ลงๆ ก็เล่นเอาหอบได้เหมือนกัน โดยเฉพาะตั้งแต่ชั้นที่ 4 ขึ้นไป เรียกว่าทั้งชัน ทั้งเหนื่อยสุดๆ

แต่ด้วยบรรยากาศตลอดเส้นทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ นก ลิงป่า และสัตว์ป่า ออกมาให้เราได้ตื่นเต้นก็ช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยไปได้บ้าง จุดเด่นของที่นี่ยกให้ ผืนน้ำสีมรกตพร้อมกับปลาพลวงที่คอยต้อนรับเหล่านักท่องเที่ยวแบบไม่มีเขินอายกันเลยล่ะ แต่ใครที่ต้องการไปเที่ยวก็ต้องเคร่งครัดกับกฎระเบียบที่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งไว้ด้วยนะ เพื่อความปลอดภัย

ช่วงหน้าฝนแบบนี้ใครอยากไปเที่ยวชมแม่น้ำโขง หรือบรรยากาศริมโขง แม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลผ่านหลายจังหวัดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น เชียงราย เลย หนองคาย นครพนม อำนาจเจริญ และอุบลราขธานี เส้นทางเหล่านี้รับรองได้ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยสดงดงาม 5 สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตริมแม่น้ำโขง ที่สวยไม่แพ้ที่ไหนๆ เลย

อ่านบทความเพิ่มเติม ได้ที่ : รวม 5 พันธุ์น้องหมาน่าเลี้ยง น่าเอ็นดู

Close